จากวัยเตาะแตะจนถึงวัยเติบโต
เพราะช่วงวัยแรกเกิดถึง 6 ปี คือช่วงเวลาสำคัญของการสร้างเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายและการเรียนรู้ของเด็ก จึงมีแนวคิดการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ส่งเสริมการเรียนรู้ อารมณ์ สังคม การพัฒนาสมอง และความแข็งแรงของร่างกายด้วยการเล่น และเสริมทักษะผ่านการใช้ประสาทสัมผัส (Sensory) เพื่อให้มีพัฒนาการและการเติบโตที่เหมาะสมกับวัย
แต่ในโลกยุคใหม่ที่เด็กๆ เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ทำให้เจ้าตัวน้อยถูกจำกัดไว้แค่หน้าจอ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า เด็กไทยวัย 2 – 4 ปี ถึง 80.4% เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งขัดกับหลักการพัฒนาการของเด็กในวัยนี้
หนึ่งในปัญหาสำคัญ คือ “พื้นที่ที่จำกัด” แค่ในห้อง ไม่สามารถตอบโจทย์กับหลักการและพัฒนาการของลูกได้ครบ ทำให้เด็กๆ ต้องจดจ่ออยู่กับหน้าจอ จนส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและสมอง
ด้านสมอง เด็กวัยนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ตรงผ่านการจับต้อง สัมผัส และลงมือทำ เพราะการคิดของเด็กเริ่มต้นจากการฝึกใช้ประสาทสัมผัส ก่อนจะค่อยๆ ก่อรูปเป็นวงจรความคิดในสมอง ยิ่งได้รับการกระตุ้นซ้ำๆ บ่อยๆ จุดเชื่อมต่อในสมองก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น
ด้านร่างกาย ‘พื้นที่’ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้ลูกได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ ฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ – มัดเล็ก การทรงตัว และการประสานสัมพันธ์ของร่างกาย ช่วยเสริมพัฒนาการให้เติบโตตามช่วงวัย นับเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญที่หน้าจอไม่มีวันให้ได้
แสนสิริจึงออกแบบโครงการให้มีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ ทำกิจกรรม และใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว ทั้งในบ้านมีฟังก์ชันที่รองรับการขยับขยายพื้นที่อย่างยืดหยุ่นให้สามารถอยู่ได้ตั้งแต่วัยเด็กจนเติบโต
Quiet Zone – เสริมสร้างสมาธิและฝึกการโฟกัสหรือจดจ่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยมุมนิทานหรือของเล่นปริศนา
Active Zone – พื้นที่ปลดปล่อยพลังเสริมสร้างทักษะด้านร่างกายและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
Creative Zone – เสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการผ่านการเล่นและศิลปะ รวมถึงการใช้สีสันต่างๆ
Sensory Zone – กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านการเล่น การสัมผัสพื้นผิวและกิจกรรมต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ ห้องเด็ก (Kids Room), สนามเด็กเล่นเสริมพัฒนาการ (Educational Playground) ที่ดีไซน์ออกมาให้มีสีสันที่ตอบรับการมองเห็น รูปแบบที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ ตลอดจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก พื้นที่สีเขียว และ Sansiri Backyard ให้เด็กได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ทุกองค์ประกอบล้วนผ่านกระบวนการคิดและการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ “บ้าน คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮมในโครงการแสนสิริ ซัพพอร์ตการเติบโตของเจ้าตัวน้อย รวมถึงเบาทุกความกังวลใจของคุณแม่และคุณพ่อ เพราะ “คุณ” คือแรงบันดาลใจเรา
ค้นหาบ้านที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกช่วงวัย พร้อมเติบโตไปด้วยกัน ที่นี่ คลิก https://siri.ly/Tih5uVA


ส่องพื้นที่และพัฒนาการตามช่วงอายุเด็กจิ๋ว
รู้ไหมคะว่า ช่วงเวลาทองของพัฒนาการลูกน้อยคือ 0 – 6 ปี เป็นช่วงที่สมองเติบโตเร็ว และ “พื้นที่” รอบตัวลูกก็มีผลต่อพัฒนาการมากกว่าที่คิด และแสนสิริเราให้ความสำคัญกับพัฒนาการของเจ้าจิ๋วในทุกแง่มุม เพราะเราเข้าใจดีว่า เจ้าจิ๋วต้องการพื้นที่และการกระตุ้นแบบไหนบ้าง?
1 – 3 ปี Toddlers
เจ้าจิ๋ววัยนี้ ตัวเล็กแต่มือไว เผลอแป๊บเดียวก็สัมผัสทุกอย่างรอบตัวไปแล้ว เพราะเจ้าจิ๋วจะเรียนรู้โลกผ่าน “การสัมผัส” และประสบการณ์จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ยิ่งได้สัมผัสและลงมือทำ ก็ยิ่งช่วยสร้างการเรียนรู้ใหม่ๆ
กระตุ้นการพัฒนาประสาทสัมผัส ให้ลูกได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ สัมผัสดิน ใบไม้ แมลงตัวจิ๋ว ที่ Sansiri Backyard ห้องเรียนธรรมชาติ ที่ให้ลูกได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงนอกบ้านผ่านพื้นผิวสัมผัสหลากหลาย
ฝึกกล้ามเนื้อผ่านการเคลื่อนไหวในน้ำ ที่สระว่ายน้ำระบบเกลือโซนเด็ก ให้คุณแม่ลงเล่นน้ำด้วยกันได้อย่างสบายใจ
3 – 6 ปี Preschoolers
วัยที่เจ้าตัวน้อยเริ่มอยากรู้อยากลอง เริ่มเข้าสังคมมากขึ้น พร้อมก้าวออกจากโลกที่มีเพียงพ่อแม่ ไปเผชิญกับโลกกว้างที่เต็มไปด้วยสิ่งใหม่ให้สำรวจ ยิ่งร่างกายแข็งแรงขึ้นจนควบคุมการเคลื่อนไหวได้มั่นใจเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยากออกไปคิด เล่น และลงมือทำมากขึ้น พื้นที่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ “คิด เล่น และลงมือทำ” อย่างเต็มที่
ฝึกจินตนาการผ่านของเล่นและนิทานที่ Kids Room มุมสร้างสรรค์ในร่มที่ให้ลูกได้เล่น คิด และจินตนาการอย่างอิสระผ่านหนังสือนิทานเล่มโปรด ปลอดภัยจากแดดและฝุ่นละอองด้วยนวัตกรรม Dust-Free House
ฝึกเข้าสังคม เริ่มจากการเล่นกับเพื่อนจริงๆ ในสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่บนพื้นที่ส่วนกลางของแสนสิริ ที่ให้ลูกได้ฝึกการแบ่งปัน รอคอย และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมเชื่อมความสัมพันธ์จากครอบครัวไปสู่เพื่อนบ้าน จนกลายเป็นคอมมูนิตี้คุณภาพที่ลูกได้ฝึกเข้าสังคมแบบจริงๆ
ออกกำลังกาย ผ่านการปีนป่าย ก้าว กระโดด ที่ Educational Playground สนามผจญภัยสุดสนุกที่แอบซ่อนการฝึกกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความคล่องแคล่ว ให้เจ้าตัวน้อยได้ปลดปล่อยพลังเต็มที่
ข้อมูลอ้างอิงจาก ArchDaily และ Center on the Developing Child at Harvard University

สิ่งอำนวยความสะดวกและการออกแบบการเรียนรู้ตามพัฒนาการ
เราไม่ได้แค่ออกแบบพื้นที่ให้สวย แต่ออกแบบให้ “ใช่” กับพัฒนาการของเด็กในทุกช่วงวัย
Educational Playground
Active Zone
สนามเด็กเล่น ไม่ใช่แค่ที่ปล่อยพลัง แต่คือห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดของลูก
เพราะเครื่องเล่นในโครงการของแสนสิริ เราคัดสรรและออกแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้รองรับพัฒนาการของลูกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นความสูงที่แตกต่าง มุมปีนป่าย สีสัน หรือระยะห่างของแต่ละจุด ล้วนคิดมาเพื่อให้เหมาะกับร่างกายและวัยของเด็ก เพื่อให้ทุกการเล่นส่งผลต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ การตัดสินใจ และการเข้าสังคม อย่างมีประสิทธิภาพจริง
Sansiri Backyard
Sensory Zone
ใกล้ชิดพื้นที่สีเขียว และสัมผัสพื้นผิวของธรรมชาติ
การจับต้องดิน ใบไม้ แมลงตัวจิ๋วของจริง คือการกระตุ้นประสาทสัมผัสที่ทรงพลังที่สุด เพราะสมองเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ลงมือทำจริง ได้ดีกว่าการมองเห็นเฉยๆ
ให้เจ้าจิ๋วได้ลงมือปลูกผักปลอดสาร พาไปดูเส้นทางอาหารตั้งแต่ปลูกจนเก็บผลผลิต ผ่านแนวคิด Green-Grow-Give 🌱 สร้างความผูกพันในครอบครัว และปลูกฝังให้ลูกรักธรรมชาติ
Kids Room
Creative Zone
ห้องเล่นที่คิดมาแล้วว่า…ปลอดภัยพอให้ลูกเล่น และดีพอให้ลูกโต
ของเล่น เสริมพัฒนาการหลากชิ้น ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่ และกระตุ้นจินตนาการ ให้เลือกเล่นได้ตามช่วงวัยของลูก
สีสันสดใส กระตุ้นการมองเห็น พร้อมดีไซน์ที่คิดมาเพื่อความปลอดภัยของเด็กเล็กโดยเฉพาะ ทั้งขอบมน วัสดุไร้สารพิษ และพื้นที่โปร่งให้คุณแม่มองเห็นลูกได้ตลอดเวลา
มุมปีนป่าย สำหรับฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ให้เจ้าตัวน้อยได้ปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่ ในบรรยากาศที่ปลอดภัย ลดความกังวลเรื่องอุบัติเหตุ

เด็ก 1 คน ต้องการพื้นที่เท่าไร?
การเรียนรู้ของเจ้าตัวน้อยเกิดขึ้นผ่านทั้งพัฒนาการสมอง และพัฒนาการด้านร่างกายไปพร้อมกัน แต่บ้าน/คอนโดทั่วไปมักมีพื้นที่จำกัด ไม่ตอบโจทย์พัฒนาการของลูกได้ครบทุกด้าน แต่ที่แสนสิริ เราคำนึงถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น จึงออกแบบทั้งพื้นที่ในบ้านและ Facilities ส่วนกลาง ให้ตอบโจทย์พัฒนาการของเด็กๆ
เพราะกว่าเด็ก 1 คนจะเติบโตขึ้นได้อย่างมีศักยภาพ ต้องอาศัยองค์ประกอบรอบตัวที่เหมาะสม ทั้งสีสัน ขนาดพื้นที่ และการออกแบบ ที่ส่งเสริมกล้ามเนื้อ การมองเห็น และประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยขนาดพื้นที่ที่เหมาะสม
- พื้นที่ Indoor (ในร่ม) เด็ก 1 คน ต้องการอย่างน้อย ≈ 4 – 5 ตร.ม.
- พื้นที่ Outdoor (กลางแจ้ง) เด็ก 1 คน ต้องการอย่างน้อย ≈ 2.5 – 3 ตร.ม.
เราจึงออกแบบพื้นที่แต่ละโซนให้เหมาะกับพัฒนาการที่แตกต่างกันของลูก โดยยังคงคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญต่อพัฒนาการของลูก
Quiet Zone เสริมสร้างสมาธิ
พื้นที่นั่งพักผ่อนภายใน Play & Wellness Clubhouse มุมสงบให้ลูกได้ผ่อนคลายหลังเล่นเต็มที่
Active Zone พื้นที่ปลดปล่อยพลัง
Sansiri Educational Playground, Main Park พร้อม Jogging Track และโซน Fitness พื้นที่กว้างขวาง ให้ลูกได้ก้าว ปีนป่าย กระโดด และฝึกทรงตัวอย่างเต็มที่
Creative Zone เสริมความคิดสร้างสรรค์
Kids Room ห้องเล่นในร่มสีสันสดใส ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมพัฒนาการและความสนุกอย่างปลอดภัย
Sensory Zone กระตุ้นประสาทสัมผัส
Sansiri Backyard พื้นที่สีเขียวกินได้ ให้ลูกได้ใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมสัมผัสแปลงผักสวนครัวปลอดสารพิษด้วยตัวเอง ช่วยลดปัญหาลูกติดจอ มาติดใจในกิจกรรมนอกบ้าน
ขอบคุณข้อมูลและแนวคิดจาก
National Association for the Education of Young Children (NAEYC)
United Kingdom Department for Education (UK DfE)
Early Childhood Environment Rating Scale (ECERS)

Space & Function
ทุกพื้นที่และฟังก์ชันภายในบ้านได้รับการออกแบบโดยผ่านกระบวนการคิดและทำความเข้าใจอินไซต์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของทุกเพศทุกวัย
ห้องนอน
Flexible and Safe Space
พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย
ห้องนอนออกแบบมาให้รองรับการเติบโตของลูกในอนาคต ด้วยเลย์เอาต์ที่ผ่านการคิดมาอย่างดี
เพื่อรองรับการเติบโตสมวัย สามารถขยับขยายไซส์เตียงเป็น 6 ฟุตได้ พร้อมพื้นที่เหลือสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ภายในห้องได้ด้วย ให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวในแบบของตัวเอง
ห้องอเนกประสงค์ I Quiet Zone
ดีไซน์สภาพแวดล้อมให้รองรับทุกกิจกรรม และปรับได้ตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว สามารถปรับเป็นมุมส่วนตัวหรือมุมทำกิจกรรมเงียบๆ ร่วมกับลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อน หรือมุมอ่านหนังสือ ช่วยเสริมสมาธิให้ลูกได้มีพื้นที่ผ่อนคลายในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว และปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการเมื่อลูกโตขึ้น
เพราะ “บ้าน” ที่ดีและมีความหมายไม่ใช่แค่สวยงามในวันนี้ แต่ต้องคิดระยะยาวเผื่อถึงอนาคต ให้ “โต” ไปพร้อมกับลูกได้ในวันข้างหน้าด้วย

